จุดเปลี่ยนชีวิต แหม่ม อลิษา จากนางเอกดังสู่แม่ค้าอาหารตามสั่ง

จุดเปลี่ยนชีวิต แหม่ม อลิษา จากนางเอกดังสู่แม่ค้าอาหารตามสั่ง

วันนี้ทางทีมงานขอพาทุกท่าน ย้อนกลับไปก่อนเข้าวงการชีวิตของแหม่มไม่สมบูรณ์มาตั้งแต่เด็กเพราะคุณพ่อซึ่งเป็นชาวต่างชาติแยกทางกับคุณแม่มาตั้งแต่แหม่มยังเล็ก

ส่วนใหญ่แหม่มจะอยู่กับคุณยายและญาติๆ ที่จังหวัดชลบุรี สมัยก่อนการเป็นเด็กผู้หญิงลูกครึ่ง *หัวแดง* ถือเป็นปมด้อยไม่เหมือนสมัยนี้ นอกจากจะโดนเพื่อนล้อแล้ว

สรีระของแหม่มก็สูงใหญ่กว่าเพื่อนวัยเดียวกันแต่โชคดีที่ คุณน้าปรีชา ขจรไชยกุล ทำให้ปมด้อยนี้กลายเป็นปมเด่นท่านพาแหม่มเดินสายประกวดนางงามตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ…

ได้รางวัลบ้างไม่ได้บ้างที่ได้ก็เป็นขันน้ำ พานรอง มายุคหลัง ๆ จึงเริ่มได้เป็นเงิน แต่ก็หลักพันหลักหมื่นเท่านั้นจนกระทั่งช่วงเรียน ม.3 แหม่มได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดมิสเวิลด์ในปี 2526

และเข้าประกวดนางสาวไทยในปี 2527 หลังจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงเล่นละครเรื่องเบญจรงค์ 5 สีมี คุณจิ๋ม-มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช เป็นผู้จัด แสดงร่วมกับ คุณมยุรา ธนะบุตร และดาราชื่อดังในยุคนั้น

ก่อนจะรับบทนางเอกเต็มตัวให้กับสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เรื่อง หัวใจสองภาคเล่นละครได้สักระยะก็เกิดจุดพลิกผันครั้งใหญ่ในชีวิตของคุณแหม่ม อลิษา เมื่อเธอตกปากรับคำรับบท •••แม่•••

ทั้งๆที่ตอนนั้นเธอยังสาวยังสวยอยู่ ถึงแม้ว่าละครเรื่องนั้นเธอจะเล่นเป็นคุณแม่วัยรุ่นก็ตาม แต่เมื่อรับบทแม่แล้ว บทแม่เรื่องอื่นๆ ก็มาเรื่อยๆ จนหลายคนเลยมองว่า เธอเป็นนักแสดงที่ลงมาเป็นแม่เร็วมาก

เมื่อถามย้อนไปถึงสมัยที่เป็นดารารุ่น ๆ คุณแหม่มเล่าว่าถ้าถามว่ารวยไหม ก็ไม่ได้เรียกว่ารวยมากแต่คิดเอาไว้ตั้งแต่เข้าวงการบันเทิงแล้วว่า อยู่ที่นี่เธอต้องมีบ้าน มีรถให้ได้พยายามจะทำเงินไปซื้อเป็นทรัพย์สินให้หมด

แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งหลงระเริงไปกับการซื้อรถเปลี่ยนรถบ่อยมาก เพราะเราเป็นคนชอบเรื่องนี้และเพื่อนๆ รอบตัวก็ชอบเรื่องนี้เหมือนกันเลยตาม ๆ กันไปแต่จุดเปลี่ยนชะตาชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือนั้น

เป็นเพราะเธอจับธุรกิจส่งออกสินค้าแฮนด์เมดในช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่ บวกกับการลงทุนแบบไม่รอบคอบ ก็ทำให้เธอค่อยๆ ขาดทุน และค่อยๆ มีหนี้เพิ่มขึ้น เนื่องจากสินค้าของเธอ

แค่โดนตีกลับสองล็อตก็ขาดทุนไปร่วม ๆ ล้านบาทแล้วความฝันที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง นั่งแท่นเป็นผู้บริหารบนโต๊ะหรู ๆ เลยต้องพับเก็บใส่กระเป๋าตั้งแต่บัดนั้นมันเคว้งคว้างมากแหม่มเป็นหนี้ 10 กว่าล้าน

ใช้หนี้เองคนเดียวทั้งหมดคนที่ร่วมหุ้นเขาไม่ช่วยเลย บ้านก็ขายทอดตลาด มีรถกี่คัน ๆ ก็ขายทอดตลาดไปหมด ทำอย่างไรก็ได้ให้หนี้เหลือน้อยที่สุด คุณแหม่มกล่าว…

หลังจากมรสุมชีวิตในเรื่องธุรกิจได้ถาโถมเข้ามาทำให้คุณแหม่ม อลิษา เครียดจัดประกอบกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเป็นคนกระดูกใหญ่ โครงร่างใหญ่ทำให้เธอจิตตกเรื่องน้ำหนักตัว

เลยกินยาลดความอ้วนขนาดหนัก แต่กลับโยโย่ ทำให้เธอต้องกลายเป็นคนซึมเศร้าเนื่องจากกังวลเรื่องน้ำหนักตลอดมา วงการบันเทิงในเมืองไทย ถ้าอ้วนก็ไม่ได้งาน เป็นดาราต้องตัวเล็ก

ไม่เหมือนต่างประเทศที่ดูกันด้วยฝีมือพอตนน้ำหนักขึ้น ก็พยายามลดน้ำหนักให้ผอม แต่ทำได้เพียงช่วงหนึ่งก็ต้องมารับบทแม่ บทแม่พระเอก-นางเอกถ้าผอมไปก็ไม่ได้อีกเลยต้องกิน ทำให้ร่างกายมันโยโย่

พอคราวนี้เมื่ออ้วนก็จิตตก เวลาไปกองถ่ายก็มีคนพูดว่า กินอีกแล้วไม่กลัวอ้วนเหรอ เขาไม่ได้ถามเลยว่าวันนี้เรากินข้าวมาหรือยัง หรือบางทีไปฟิตติ้งก็จะได้ยินคำว่าอ้วนขึ้นต้องใช้ผ้าเยอะ ทำให้เราไม่มั่นใจ

กังวลเรื่องน้ำหนักจนกลายเป็นโรคซึมเศร้าต้องเข้าพบจิตแพทย์ คุณแหม่ม อลิษา กล่าว คุณแหม่ม กล่าวอีกว่า ตอนนี้ยอมรับในน้ำหนักตัวเองได้แล้ว แต่ก็พยายามให้ตัวเล็กลงกว่านี้

ไม่ใช่เพื่อไม่ให้คนว่าเราอ้วน แต่เพื่อสุขภาพของเธอเองด้วยหลังจากโดนพายุปัญหากระหน่ำทั้งเรื่องโรคภัยและเรื่องหนี้สินคุณแหม่มจึงตัดสินใจกลับบ้านที่ศรีราชาอยู่ปีหนึ่งก่อนจะกลับมาสู้ชีวิตที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง

เริ่มต้นโดยการขายสลัดผักขายสับปะรดภูแล ขายน้ำปั่น ขายขนมหวาน ขายสารพัดจนสุดท้ายมาหยุดอยู่ที่ขายอาหารตามสั่งซึ่งเธอวางแผงตั้งขายที่หน้าคอนโดฯในเมืองทองธานีที่เธออาศัยอยู่…

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *