“กิ๊ก มยุริญ” บวชนาน 7 เดือน ลั่น “เจอเปรตมาขอส่วนบุญ”

หลังห่างหายจากวงการไปนานพอสมควร สำหรับนักแสดงสาว “กิ๊ก มยุริญ” ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวตัดสินใจไปบวชนานกว่า 7 เดือน ที่ประเทศพม่า ซึ่งตอนนี้สาวกิ๊กก็ได้สึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดสาวกิ๊กได้มาเปิดใจเล่าเรื่องราวตลอด 7 เดือนที่ไปบวช ผ่านทางรายการ “คุยแซ่บshow”

ชีวิตการบวช 7 เดือนเป็นยังไงบ้าง ?

“มันก็ซ้ำ ๆ ซาก ๆ เหมือนทุกวัน ตื่นตี 2.30-2.50 น. ของทุกวัน มาเดินจงกรม 1 ชั่วโมง นั่งสมาธิอีก 1 ชั่วโมง แล้วไปกินข้าวเช้า กลับมาซักผ้า นั่งสมาธิ เดินจงกรมอะไรประมาณนี้ แล้วก็กินข้าวกลางวัน กลับมานั่งเดินนั่ง อ่านหนังสือ อาบน้ำ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ก็จะเป็นแบบนี้ทุกวัน วันนึงนอน 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น คือมันเป็นช่วงที่พี่ฟิตมากเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองยาว ๆ แล้วเวลาที่ได้เป็นนักบวชมันไม่ได้หาง่าย ๆ”

ถือว่าลำบากที่สุดในชีวิตไหม ?

“ไม่ลำบากค่ะ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตเลย เพราะว่าเราได้อยู่กับตัวเองจริง ๆ เป็นเหมือนนักบวชจริง ๆ ไม่ได้ติดต่อใครเลย คือลาตายกับคุณพ่อ คุณแม่ตั้งแต่ก่อนไปแล้ว คือครั้งนี้กลับมาไม่รู้จะได้เจอกันอีกไหม ครั้งนี้ก็ขอไปปฏิบัติให้เต็มที่”

ทุกวันตั้งแต่ตื่นมาจนเข้านอนไม่พูดสักคำเลยเหรอ ?

“คือน้อยมากที่จะพูด ถ้าพูดกับพระอาจารย์ เพราะว่าการพูดมันทำให้สติ สมาธิเรามันกำหนดยาก เพราะว่าจิตมันจะปรุงแต่งเร็วมาก เพราะฉะนั้นการที่พูดคุยน้อยที่สุดทำให้มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติมากที่สุด”

 

เห็นว่าวันแรกที่ไปเจองู ?

“วันแรกหลังจากที่บวชเรียบร้อยเดินมาที่กุฏิ งูเลื้อยกำลังจะเข้ากุฏิ รู้สึกว่าเขาคงมารับบุญจากเรา ที่นู้นยังอยู่กับธรรมชาติเยอะมาก ยังมีงู มีกบ มีตะขาบ มีสัตว์เยอะมาก ไปก็ดีนะได้อยู่กับธรรมะได้เห็นว่าชีวิตของเราอยู่ด้วยความไม่เที่ยง พร้อมจะตายตลอดเวลา มันมีกรณีที่งูเข้ากุฏิมาตอนกลางคืน ขดอยู่หลังประตู ตอนนั้น 3 ทุ่มกว่า ๆ เรากำลังจะไปปิดไฟและไปนอน แล้วเราก็เห็น ตอนนั้นไม่มั่นใจว่าเป็นผ้าเช็ดเท้าหรือว่างู

ก็เลยกำหนดสติไปเคาะห้องชีกลอย ช่วยไปดูหน่อยว่านั่นคืออะไร ก็เอาไฟฉายไปส่องก็น่าจะเป็นงู ก็ช่วยกันใหญ่ แต่สุดท้ายก็ต้องไปตามคนมาช่วย คือพี่ไม่กรี๊ดไม่อะไรเลย เพราะพี่เจอบ่อย งูตัวนั้นไม่ใหญ่ แต่เป็นงูมีพิษ ตัวสีดำ แต่ลวดลายสวยงามมาก และมันห่างจากที่พี่นั่งสมาธิ 6 ก้าว พี่ก็คิดในใจว่านี่บุญนะ ถ้าเกิดวิบากกรรมเราเคยฆ่ากันเขาก็คงเลื้อยมากัดเราแล้ว มันก็เลยได้เห็นสัจธรรมว่าชีวิตมันไม่เที่ยงจริง ๆ เราพร้อมตายทุกเมื่อ”

นอกจากเจองู เจอแมงมุม เจอทุกอย่างเห็นว่าเจอเปรตด้วย ?

“มันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวนะ เพราะเปรตก็เป็น 1 ใน 31 ภพภูมิ เปรตที่พี่เจอ ปกติอยู่ที่เมืองไทยพี่ก็เจอ ตอนนั้นไปปฏิบัติธรรมที่ลำปาง ตอนนั้นเป็นเสียงโหยหวนมาก แล้วมาจากที่ไกล เสียงมันก็จะดัง ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร เขาก็ไม่ยอมเลิกร้องสักที พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็ไปถามพระอาจารย์ว่าได้ยินเสียงนี้มันคืออะไร พระอาจารย์บอกว่าเพื่อนใคร ญาติใคร คนนั้นก็จะได้ยิน แล้วบอกว่าเป็นเปรตให้เราแผ่เมตตาซะ ซึ่งกิ๊กก็มีความรู้ว่าเสียงนี้คือเปรต พอไปที่พม่า

พอกิ๊กบวชเสร็จปุ๊บคืนนั้นก็นอน 4 ทุ่มได้ยินเลย แบบเสียงโหยหวนมาก ตอนนั้นไม่กลัว เราบวชเป็นลูกพระพุทธเจ้าแล้ว เราก็แผ่เมตตาไป เสียงก็หายไป เราได้ยินแค่เสียงไม่เห็นภาพ เพราะพี่อธิษฐานตลอดว่าถ้าอยากได้บุญจากข้าพเจ้าอย่ามาให้เห็นตัวเป็น ๆ สูง ๆ แล้วปากเท่ารูเข็ม ?

“เปรตมี 12 จำพวก เปรตมีรายละเอียดหลายอย่าง แล้วแต่ว่าทำกรรมแบบไหน คือพี่จะบอกว่าเราต้องทำความดีให้มาก เปรตมีจริง ๆ อย่าไปเกิดในภพภูมินี้เลย เพราะว่าแทบไม่มีอะไรจะกิน เปรตบางจำพวกนี้กินแต่อุจจาระ เสมหะ บางจำพวกทำร้ายตัวเองและกินเลือดตัวเอง”

ขอบคุณข้อมูล : รายการ คุยแซ่บshow

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *